จิ๊กซอว์..ที่ไม่ได้อยู่ข้างกัน

บนโต๊ะตัวหนึ่ง มีจิ๊กซอว์กระจัดกระจายอยู่เต็มเกลื่อนกลาด
ยังไม่มีชิ้นไหนถูกปะติดปะต่อกัน

ที่มุมโต๊ะด้านหนึ่ง จิ๊กซอว์สองตัวนอนสงบนิ่งอยู่ใกล้ๆกัน
ลวดลายของทั้งสองเป็นสีฟ้าอ่อนของท้องฟ้ายามเช้าเหมือนกัน
คล้ายๆว่าจะเป็นจิกซอว์ที่อยู่ข้างกันในรูปที่สมบูรณ์

จิ๊กซอว์ทั้งสองตัวจึงค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าหากัน
เริ่มหมุนตัวช้าๆ พยายามหามุมที่จะประสานกับอีกฝ่ายให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
ใช้ส่วนเว้าของเรา ไปสอดรับกับส่วนโค้งของเขา
หาส่วนเว้าแหว่งของเขา มารับส่วนป้านเทอะทะของเรา…..
ทั้งคู่พยายามอยู่อย่างนั้น……

เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า จิ๊กซอว์ทั้งสองพยายามอย่างมากที่จะต่อกันให้สนิท
มุมแล้วมุมเล่าที่ลองปรับ เหลี่ยมแล้วเหลี่ยมเล่าที่พยายามประสาน
ไม่มีครั้งไหนจะต่อกันได้อย่างสนิทไร้ช่องว่างส่วนเกินเลย

สุดท้าย จิ๊กซอว์ตัวที่ใหญ่กว่าจึงยอมแพ้ เคลื่อนตัวจากไป
จิ๊กซอว์ตัวเล็กกว่าร้องเรียกด้วยเสียงโศกเศร้า

“เธอจะไปไหน ฉันทำผิดอะไรเหรอ เธอถึงต้องจากฉันไป ฉันไม่ดีตรงไหน ทำไม
เธอต้องยอมแพ้แบบนี้ด้วย เธอไม่สงสารฉันเลยหรือ ไม่เสียดายวันเวลาที่เรา
พยายามต่อประสานให้เป็นหนึ่งเดียวกันหรือ”

จิ๊กซอว์ตัวใหญ่หันกลับมาด้วยสีหน้าปวดร้าว เอ่ยเสียงเรียบ

“ทำไมเธอถึงคิดว่าเธอทำผิด การที่เราต่อกันเป็นชิ้นเดียวไม่ได้ มันไม่ใช่ความผิด
ของเธอ ไม่ใช่ความผิดของฉัน เพียงเพราะว่าเราไม่ได้เป็นจิกซอว์ที่ถูกออกแบบ
มาให้อยู่ข้างกัน ก็เท่านั้น และฉันก็กำลังยอมรับมันด้วยความเจ็บปวด….
ฉันเสียใจที่ทำเธอบอบช้ำจากการที่เราพยายามดัดตัวเองให้ประสานกับอีกฝ่าย
แต่ก็รู้ใช่ไหม ว่าฉันก็บอบช้ำไม่ต่างกับเธอเลย เวลาและความพยายามของเรามัน
ไม่สูญเปล่าไปหรอก เพราะอย่างน้อย มันก็ทำให้เรารู้ว่าส่วนโค้งของเรามันโค้ง
แค่ไหน ส่วนเว้าของเรามันลึกเท่าไหร่ และเราควรจะหาจิ๊กซอว์รูปร่างแบบไหน
มาเติมเต็มช่องว่างที่เราขาดไป ร้องไห้อยู่ตรงนั้นเถิด และทิ้งความโศกเศร้าทั้ง
หมดไว้ตรงนั้น เมื่อเธอแข็งแรงดีแล้ว เธอจงตามหาจิ๊กซอว์ตัวที่ถูกสร้างมาอยู่
ข้างๆเธออย่างแท้จริง ถึงวันนั้นเธอคงเข้าใจสิ่งที่ฉันพูดในวันนี้”

จิ๊กซอว์ตัวใหญ่จากไปแล้ว
แต่เรื่องราวยังดำเนินต่อไป
ร่องรอยบอบช้ำและเสียงร้องไห้ของตัวจิกซอว์มากมาย
ยังคงแว่วมาจากทั่วทุกจุดบนโต๊ะ……..

สุดท้ายแล้ว จิ๊กซอว์ของภาพชื่อความรักนี้จะถูกประกอบเป็นรูปที่สมบูรณ์สวยงามได้หรือไม่….ไม่มีใครรู้

และถึงตอนนี้ จิ๊กซอว์ตัวเล็กผู้น่าสงสารตัวนั้น จะเข้าใจสิ่งที่จิ๊กซอว์ตัวใหญ่พูดหรือยัง…..ไม่มีใครรู้

ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดของจิ๊กซอว์ตัวใหญ่ทั้งหมดคือความจริงหรือเป็นเพียงข้อแก้ตัว….ยิ่งไม่มีใครรู้

10 ความเชื่อทางการแพทย์ผิด ๆ

…………………………………………………………………………….
อันดับ 10 การ ตากฝน โดนอาการเย็น เช็ดตัวไม่แห้ง นอนตากพัดลม

ไม่ได้เป็นสาเหตุของหวัด แต่มาจากการรับ virus จากสาเหตุอื่นมากกว่า

อันดับ 9 อาหาร Low fat

เกือบทุกชนิดจะมี cal สูง เพราะมี carbohydrate สูงแทน ไม่เชื่อดูฉลากสิ

อันดับ 8 ไม่ มีการลดน้ำหนักเฉพาะส่วนได้จริง

เพราะพลังงานที่เราใช้ต้องมาจาก เลือดไม่ได้มาจากเนื้อเยื่อในบริเวณที่ออก กำลัง และทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดไปว่าการ sit up ช่วยลดหน้าท้องได้แต่ จริงๆ การวิ่งยังจะลดได้มากเสียกว่า

อันดับ 7 การ เข้าน้ำเกลือแล้วจะมีแรง

ชาวบ้านโดยเฉพาะภาคอีสาน ชอบคิดว่า การเข้าน้ำเกลือ จะช่วยให้มีกำลังวังชาขึ้นมา ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด แต่ถูกนำไปใช้หลอกโดยกลุ่มหมอเถื่อน ไปตามหมู่บ้านชนบท แล้วไปแทงน้ำเกลือให้ คิดตังค์ ยิ่งน้ำเกลือที่มีสีเหลือง ชาวบ้านยิ่งชอบ คิดว่าเป็นการให้ยา จริงๆแล้ว ผสม Vit B ลงไป …. สรุป การเข้าน้ำเกลือไม่ได้ช่วยให้มีกำลังวังชาขึ้นมาแต่อย่างใด ถ้าคนไข้กินได้ควรให้กินก่อน การทำหัตถการที่invasive เช่นการแทง iv เอาไว้ทีหลัง

อันดับ 6 บาด แผลที่เกิดจากการถลอก (แผลถลอก)

ทำแผลครั้งเดียวก็พอ เพราะ แผลก็จะแห้ง พอแผลแห้งก็ไม่ต้องทำแผลอีก ไม่มีประโยชน์อันใด

อันดับ 5 เวลา เจอคนชักให้เอาช้อนงัดปาก

บางคนก็เอารองเท้ายัด ที่ถูกคือไม่ให้เอาอะไรงัดทั้งสิ้น คนชักปกติจะไม่กัดลิ้นตัวเอง ยิ่งเอาอะไรใส่เข้าไปในปากจะยิ่งกัด ถ้าเอาช้อนงัด ผลที่ได้คือฟันหักเรียบ

อันดับ 4 หลาย คน เชื่อว่า เวลาเริ่มจะมีอาการไม่สบายต้องรีบกินยาแก้อักเสบ

ซึ่งยาแก้อักเสบที่พูดถึงนั้นก็ คือ ยาปฏิชีวนะ หรือ ยาฆ่าเชื้อ นั่นเอง ไม่รู้ว่า แก้อักเสบตรงไหน เวลาที่เริ่มไม่สบาย เช่น ไอ เจ็บคอ ช่วงแรกนั้น เชื่อว่าเกิดจาก viral infection เพราะฉะนั้น การกินยา แก้อักเสบ Amoxycillin จึงไม่ได้ประโยชน์อะไร จะบอกว่าเป็น Bacterial infection ก็ต่อเมื่อ มีคอแดง เจ็บคอมาก กลืนแล้วเจ็บ ไข้สูง มีอาการดังกล่าว แล้ว ค่อยเริ่มกิน

อันดับ 3 หลาย คนเชื่อว่า หากไม่ได้นอน แล้วสามารถ นอนทดแทนได้

ซึ่งจริงๆแล้ว การนอนไม่สามารถนอนทดแทนได้ เช่น ปกติต้องนอนคืนละ 8 ชั่วโมง แล้ว เมื่อคืนนอนได้ 3 ชั่วโมง หายไป 5 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น ต้องนอนทดแทนให้ครบ 8 ก่อน หรือไม่ก็ ต้อง ทดในคืนต่อไป เป็น 13 ชั่วโมง จึงจะนอน อิ่ม ไม่จริงค่ะ การได้งีบหลับแค่ 10 นาทีก็ทำให้สดชื่นได้แล้ว…

อันดับ 2 มี ความเชื่อว่าการกินไข่ขาว ทำให้แผลหายช้า (เป็นแผลเป็นด้วย)

จริงๆแล้ว ช่วยให้แผลหายได้เร็ว เพราะมี albumin เป็นโปรตีนช่วยสร้างเสริมเนื้อเยื่อ ต่างหาก

อันดับ 1 การ ปฐมพยาบาลผุ้ป่วยกินกรด เบส

ไม่ควรทำให้อาเจียน เพราะ จะเป้นการทำให้ กรดเบส เหล่านั้น ย้อนขึ้นมา ทำลายอวัยวะอื่นๆอีกได้ ให้รีบนำส่ง โรงพยาบาล

ศธ.สั่งพร้อมแจงงบฯปี 54

รมว.ศึกษาธิการ เผย สั่งทุกองค์กรหลักเตรียมพร้อมชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ที่จะมีการพิจารณาวาระ 2 และ 3 วันที่ 18-20 ส.ค.นี้…

นาย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ได้ให้ทุกองค์กรหลักเตรียมความพร้อมในการชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ที่จะมีการพิจารณาวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 18-20 ส.ค.นี้ โดย ศธ.ได้เสนอของบฯทั้งสิ้น 392,091 ล้านบาท แบ่งเป็นงบฯรายจ่ายประจำปี 391,131 ล้านบาท ที่เหลืออีก 960 ล้านบาท เป็นงบฯ ที่จะนำไปใช้ในกองทุนต่างๆ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบการรายงานตัวเลขการสละสิทธิ์โครงการเรียน ฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ซึ่งพบว่ามีนักเรียนสละสิทธิ์ทั้งสิ้น 31,363 คน เป็นเงิน 23 ล้านบาท โดยจะนำเงินไปช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่ผ่านการประเมินคุณภาพตาม มาตรฐานของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา

รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ตนยังได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนและ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน์ เลขาธิการ กพฐ.ได้ไปร่วมรายการเชื่อมั่นประเทศ ไทยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ฝากให้ ศธ.ส่งเสริมเด็กที่มีความรู้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น โดยตนมอบให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เตรียมจัดทุนการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอกเพิ่ม เพื่อจูงใจให้นักเรียนหันมาเรียนต่อคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์มากขึ้น

บางรักซอยเก้า..ตอนชาละวันลัลลา

แด่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง

แด่ … ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ชื่อว่า “แม่”

“…โปรดรักแม่ เหมือนอย่างที่แม่รักคุณ…”

เมื่อคุณเกิดมาในโลกนี้ แม่อุ้มคุณไว้ในอ้อมอก คุณขอบคุณแม่ด้วยการเปล่งเสียงร้องไห้

เมื่อคุณอายุ 1 ขวบ แม่ป้อนข้าวและอาบน้ำให้คุณ คุณขอบคุณแม่โดยการร้องไห้งอแง

เมื่อคุณอายุ 2 ขวบ
แม่สอนให้คุณหัดเดิน คุณขอบคุณแม่ด้วยการวิ่งหนีทุกครั้งที่แม่เรียกหา

เมื่อคุณอายุ 3 ขวบ แม่ทำอาหารทุกอย่างให้คุณด้วยความรัก คุณขอบคุณแม่ด้วยการโยนจานลงบนพื้น

เมื่อคุณอายุ 4 ขวบ
แม่ให้ดินสอสีแก่คุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการระบายสีเลอะเต็มบ้าน

เมื่อคุณอายุ 5 ขวบ แม่แต่งชุดสวย ๆ (หรือหล่อ ๆ)ให้คุณไปเที่ยว คุณขอบคุณแม่ด้วยการทำชุดเลอะโคลน

เมื่อคุณอายุ 6 ขวบ แม่ไปส่งคุณที่โรงเรียน คุณขอบคุณแม่ด้วยการร้องไห้ตะโกนว่า”ไม่ไป..ไม่ไป..ไม่ไป”

เมื่อคุณอายุ 7 ขวบ แม่ซื้อไอศกรีมให้คุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการทำมันหกเลอะเทอะไปทั่ว

เมื่อคุณอายุ 8 ขวบ แม่ซื้อลูกบอลให้คุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการทำกระจกเพื่อนบ้านแตก

เมื่อคุณอายุ 9 ขวบ แม่สอนให้คุณเล่นเปียโน คุณขอบคุณแม่ด้วยการไม่เคยแม้แต่จะซ้อม

เมื่อคุณอายุ 10 ขวบ แม่พาคุณไปเรียนพิเศษและพาไปงานวันเกิดเพื่อน คุณขอบคุณแม่ด้วยการกระโดดลงจากรถโดยไม่คิดที่จะหันกลับมามอง

เมื่อคุณอายุ 11 ขวบ แม่พาคุณกับเพื่อนไปดูหนัง คุณขอบคุณแม่ด้วยด้วยการขอที่นั่งคนละแถว(หรือขอให้แม่ไม่ต้องดู)

เมื่อ คุณอายุ 12 ขวบ แม่เตือนคุณว่าอย่าดูทีวี ให้ตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมเข้า ม.1 คุณขอบคุณแม่ด้วยการรอให้แม่ไปข้างนอกแล้วดูต่อโดยไม่อ่านหนังสือเลย

เมื่อคุณอายุ 13 ปี แม่บอกให้คุณตัดผม คุณขอบคุณแม่ด้วยการด่าแม่ว่า”แม่นี่ไม่มีรสนิยมเลย ไม่ต้องมายุ่งกะหนู(ผม)หรอก”

เมื่อ คุณอายุ 14 ปี แม่จ่ายเงินซัมเมอร์แคมป์ที่แพงแสนแพงเพื่อให้คุณได้เรียนสิ่งที่ดี ๆ คุณขอบคุณแม่ด้วยการไม่เขียนจดหมายหาแม่ซักฉบับ

เมื่อคุณอายุ 15 ปี แม่กลับบ้านหลังงานเลิกอยากกอดคุณสักกอด คุณขอบคุณแม่ด้วยการขังตัวเองอยู่ในห้องโดยไม่สนใจ

เมื่อคุณอายุ 16 ปี แม่สอนคุณขับรถ คุณขอบคุณแม่ด้วยการขับรถหนีแม่ไปเที่ยว

เมื่อ คุณอายุ 17 ปี แม่จ่ายค่าเรียนกวดวิชาให้คุณได้เรียนเพิ่ม เพื่อหวังให้คุณเก่งและมีความรู้.คุณขอบคุณแม่ด้วยการให้แม่ส่งข้างนอก เพื่อจะได้ไม่อายเพื่อน

เมื่อคุณอายุ 18 ปี แม่ร้องไห้ในวันที่คุณจบชั้นมัธยม คุณขอบคุณแม่ด้วยการฉลองกับเพื่อนตั้งแต่ค่ำยันเช้า

เมื่อคุณอายุ 19 ปี แม่รอโทรศัพท์สายสำคัญจากคุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการใช้โทรศัพท์ตลอดคืนนั้น

เมื่อคุณอายุ 20 ปี แม่ถามว่าคุณมีแฟนหรือยัง คุณขอบคุณแม่ด้วยการตอบว่า”แม่อย่ามายุ่งกะหนู(ผม)เลย”

เมื่อคุณอายุ 21 ปี แม่แนะนำอาชีพของแม่ให้คุณทำในอนาคตของคุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการพูดว่า “หนู(ผม) ไม่อยากเป็นอย่างแม่”

เมื่อคุณอายุ 22 ปี แม่อยากกอดคุณในวันรับปริญญา คุณขอบคุณแม่ด้วยการไปกอดกับเพศตรงข้ามกับคุณโดยไม่กอดแม่ที่ท่านอยากกอดคุณ

เมื่อ คุณอายุ 23 ปี แม่ซื้ออพาร์ตเม้นท์และเฟอร์นิเจอร์ให้แก่คุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการว่ากับเพือ่น ๆ.ลับหลังว่า”มันช่างเชยและน่าเกลียดเสียนี่กระไร”

เมื่อคุณ อายุ 24 ปี แม่บอกให้คุณพาแฟนของคุณมาหาแม่ เมื่อคุณพามา แม่ถามพวกคุณว่าอนาคตวางแผนไว้ว่าอย่างไร คุณขอบคุณแม่ด้วยการจ้องเขม็งและพูดว่า”แม่จะมายุ่งอะไรกะหนู(ผม)อีกเนี่ย”

เมื่อ คุณอายุ 25 ปี (สำหรับผู้ชาย)แม่ช่วยออกค่าสินสอดให้กับคุณ และบอกกับคุณว่าแม่รักคุณมากขนาดไหน คุณขอบคุณแม่ด้วยการพูดว่า “อายคนอื่นเขาน่า แม่”
(สำหรับผู้หญิง)แม่ช่วยออกค่าใช้จ่ายในงานแต่งงานให้กับคุณ และบอกว่าแม่รักคุณมากขนาดไหน ตุณขอบคุณแม่ด้วยการพูดว่า “หนูอยากไปอยู่ต่างประเทศเพื่อจะได้สวีทกับแฟนโดยไม่มีแม่”

เมื่อคุณอายุ 30 ปี แม่โทรมาหาและแนะนำวิธีเลี้ยงเด็ก คุณขอบคุณแม่ด้วยการบอกว่าสมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้วล่ะค่ะแม่”

เมื่อคุณอายุ 40 ปี แม่โทรมาชวนคุณไปงานวันเกิดญาติ คุณขอบคุณแม่และญาติว่าตอนนี้ไม่ว่างเลย”

เมื่อคุณอายุ 50 ปี แม่ชราและไม่สบาย อยากให้คุณดูแล คุณขอบคุณแม่ด้วยการบอกว่ามันเป็นภาระนะแม่หนูมีงานอีกเยอะแยะ”

และแล้ววันหนึ่ง แม่จากคุณไปอย่างสงบ และทุกอย่างที่คุณไม่เคยทำมาก่อน จะเหมือนฟ้าผ่าในใจคุณ โปรดใช้เวลาสักนิด แสดงออกถึงความลึกซึ้งแด่ “แม่”

ไม่ มีอะไรมาแทนแม่ได้ แม้ว่าบางคราวแม่จะไม่ใช่คนที่เข้าใจคุณมากที่สุด หรือเห็นด้วยกับคุณ แต่ก็ คือ “แม่” ของคุณ และเชื่อได้ว่าจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ รับฟังคุณ ความกังวลของคุณ…

ลองถามตัวเองดู คุณมีเวลาที่จะฟังความเศร้า ความกังวลใจ ไม่ว่าจากการงาน จากงานบ้าน หรือจากงานในครัวของแม่ไหม คุณเคยนึกถึงความทุกข์ของแม่ที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อคุณและทุกคนไหม รักแม่ให้มาก ๆ แม้ว่าจะคิดเห็นแตกต่างกัน เพราะเมื่อแม่จากไป จะเหลือเพียงความเสียใจและความทรงจำเท่านั้น อย่าเพิกเฉยกับคนที่ใกล้หัวใจคุณที่สุด รัก “แม่” ให้มากกว่ารักตนเอง แสดงให้แม่รู้ว่าคุณก็ “รัก” ก่อนที่จะ ทำได้เพียงบอกรักกับ “รูป” ของแม่เท่านั้น

“…โปรดรักแม่ เหมือนอย่างที่แม่รักคุณ…”

แล้วคุณล่ะรักแม่แบบไหน

บัวแก้วเล็งร่อนหนังสือ แจงยูเอ็นกรณีเขาพระวิหาร

กระทรวงการต่างประเทศ เตรียมร่างหนังสือเสนอ นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาลงนามก่อนส่งถึงสหประชาชาติ กรณีสมเด็จฯ ฮุนเซน ตำหนิท่าทีนายกรัฐมนตรีไทย ที่จะยกเลิกบันทึกความเข้าใจ ปี 2543….

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศรับทราบกรณีที่ สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งหนังสือถึงประธานการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อตำหนิท่าทีของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะยกเลิกบันทึกความเข้าใจ ปี 2543 ระหว่างไทยกับกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก พร้อมยืนยันจะใช้วิธีทางการทูตและการทหารควบคู่กัน เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนทั้ง 2 ประเทศ

นายธานี กล่าว่า กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาเนื้อหาของหนังสือดังกล่าวโดยละเอียดแล้ว เห็นว่า มีบางส่วนที่คลาดเคลื่อน และบริบทบางตอนไม่สมบูรณ์ จึงต้องชี้แจงทำความเข้าใจในบางประเด็น ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะต้องนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจาณาเนื้อหาและลงนามก่อนจะให้ผู้แทนถาวรแห่ง ประเทศไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ยื่นชี้แจงต่อสหประชาชาติ ส่วนจะส่งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาได้ภายในวันนี้หรือไม่ ยังไม่สามารถบอกได้ แต่จะเร่งทำให้เร็วที่สุด

รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวด้วยว่า ในประเด็นที่กล่าวหาว่าไทยขู่จะใช้กำลังทหารกับกัมพูชานั้น เชื่อว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งยืนยันการกระทำของไทยได้

ข่าวจาก..หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

บางรักซอยเก้า..ตอนตึงเปรี๊ยะ